สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

พระธาตุอินทร์แขวน หรือ ไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo) ในภาษามอญ หมายความว่า หินรูปหัวฤๅษี พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า ห่างจากเมืองย่างกุ้งประมาณ 195 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนยอดเขา Paung Laung อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร หรือ 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นเจดีย์องค์เล็ก ๆ สูงเพียง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนหินบนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ โดยไม่ตกลงมา ซึ่งหากมองจากทางด้านล่างก็จะดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา มีพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์ ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนา พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ (สุนัข) แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต

การเดินทางเข้าไปสักการะเจดีย์แห่งนี้จะต้องเดินทางด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อหรือรถกระบะ เป็นกฎข้อบังคัญแม้แต่ผู้นำประเทศก็ต้องปฏิบัติตาม ขึ้นไประยะทางประมาณ 12 กิโลเมตรโดยใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ชั่วโมง เมื่อถึงบริเวณบนเขาแล้ว จะต้องเดินเท้าขึ้นเขาอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมง หรือใช้บริการนั่งเสลี่ยงประมาณ 40 นาที เส้นทางเดินเท้าสู่พระธาตุอินทร์แขวน เป็นถนนแบบคอนกรีต เดินแบบสบาย แต่ชันสักหน่อย มีที่หยุดพักตลอดเส้นทาง บนพระธาตุอินทร์แขวนสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน

วัดพระหินอ่อน หรือ วัดเจ้าจอจี ประดิษฐาน "พระหินอ่อน" ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า ที่ชาวพม่าเรียก "หยก" เป็นพระที่สลักด้วยหินอ่อนก้อนเดียวทั้งองค์ มีน้าหนัก60 ตัน สูง37 ฟุต สร้างและแกะสลักโดยช่างที่ดีสุดในมัณฑะเลย์ ตั้งอยู่ในห้องกระจกแก้วเพื่อเป็นการควบคุมอุณหภูมิป้องกันการเสียหายของหินอ่อนจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ มีลักษณะถูกต้องตามหลักคชศาสตร์9ประการซึ่งถือว่าเป็นช้างมงคลบ้านคู่เมืองพม่า

พระมหาเจดีย์ชเวมอดอ (Shwemawdaw Paya) ชาวพม่านิยมเรียกว่า เจดีย์ไจก์มุเตา หรือ พระธาตุมุเตา ตั้งอยู่ในเมืองพะโค (หงสาวดี) เป็นเจดีย์โบราณที่ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยมอญ ภายในเจดีย์มีการบรรจุพระเขี้ยวแก้วไว้ตั้งแต่สมัยพระเจ้าราชาธิราช และต่อมาในสมัยพระเจ้าธรรมเจดีย์ได้โปรดให้มีการหล่อระฆังจารึกไว้ที่ฐาน พระธาตุมุเตา เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง นับเป็นเจดีย์ที่สวยงามแห่งหนึ่งของประเทศพม่า และเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยนับถือ

เทพทันใจ (นัดโบโบยี) เทพผู้ปกปักรักษาและบันดาลโชค ซึ่งชาวพม่านิยมมากราบไหว้บูชา ด้วยเชื่อว่าอธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ โดยวิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ คือ นำดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ เทพทันใจ จากนั้นก็ให้เอาเงินใส่ไปในมือของเทพทันใจ 2 ใบ แล้วไหว้ขอพรจากนั้นให้ดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ หลังจากนั้นเอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของเทพทันใจ แค่นี้ก็จะสมตามความปรารถนาตามที่ขอไว้

เทพกระซิบ หรือ เมี๊ยะนานหน่วย ตำนานกล่าวไว้ว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาและนางก็ได้รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนสิ้นชีวิตไป และได้กลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้และนับถือกันมาช้านาน การบูชาเทพกระซิบด้วย น้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้ และกระซิบบอกเพื่อขอพร เทพกระซิบ หรือ เมี๊ยะนานหน่วยนั้นถือเป็นเทพผู้ประทานพรแห่งความโชคดี

มหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง พม่า ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน8เส้น มีความสูงประมาณ 109 เมตร ประดิษฐานอยู่บนเนินดินที่ชื่อ "SINGUTTARA" ซึ่งมีลานรูปสี่เหลี่ยมและเป็นเนินที่สูงที่สุดในเขตปริมณฑลเมืองย่างกุ้งมี ความยาวโดยรอบ ประมาณ 473 เมตร รอบฐานพระมหาเจดีย์ประกอบไปด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ อีกร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ทำด้วยเพชรและพลอย อยู่ 5,448 เม็ด โดยเฉพาะชื้นข้างบนสุดมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่72กระรัต และทับทิม2,317เม็ด พระมหาเจดีย์นี้เป็นที่พึ่งทางใจของคนพม่าในทุกชั้น วรรณะทุกเพศทุกวัย

เจดีย์เจ๊าทัตจี หรือ พระนอนตาหวาน เป็นพระที่มีศิลปะพม่า และคงความสวยงามที่สุด มีขนตางดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ โดยมีขนาดความยาวขององค์ 70 เมตร ทรงใบหน้าของพระพม่า ค่อนข้างแตกต่างจากรูปแบบพระในประเทศไทย ด้านนอกเจดีย์ มีร้านค้าขายสิ้นค้าพื้นบ้านมากมาย ร้านขายไม้แกะสลัก กระเป๋าพม่า หุ่นกระบอกพม่า และกำไลหยก สร้อยหยก และหยกพม่าแบบต่างๆ

พระราชวังบุเรงนอง (King Bayinnaung Palace) หรือ พระราชวังหงสาวดี (King Bayinnaung Palace) อดีตเป็นพระราชวังของพระเจ้าบุเรงนองยอดินนรธา หรือ ผู้ชนะสิบทิศ เพิ่งเริ่มขุดค้นและบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่จากซากปรักหักพังที่หลงเหลืออยู่ ซึ่งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งถูกจับมาเป็นตัวประกันเมื่อยังทรงพระเยาว์ ปัจจุบันรัฐบาลพม่าเพิ่งขุดค้นพบซากของพระราชวังแห่งนี้และจะเปิดให้ชมเฉพาะ คณะของบุคคลสำคัญเท่านั้น

พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว สร้างโดยพระเจ้าเมงกะติปะ กษัตริย์มอญ เมื่อ พ.ศ.1537 พระพุทธรูปองค์นี้มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร ซึ่งเป็นพระนอนไสยาสน์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากพระนอนตาหวานในเมืองย่างกุ้ง เดิมพระนอนชเวตาเลียวถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน และได้มีการค้นพบเมื่อครั้งที่อังกฤษเดินทางมาสำรวจเส้นทางรถไฟในพม่าเมื่อ ราว 100 ปีก่อน จากนั้นจึงได้บูรณะจนใหญ่โตสวยงาม ตลอดสองข้างทางของบริเวณวัด ท่านสามารถที่จะเลือกหาเครื่องไม้แกะสลักที่มีให้เลือกมากมาย

วัดไจ้ท์ปอลอ หรือวัดพระไฝเลื่อน เป็นวัดเก่าแก่ มีอายุมากกว่า2,000ปี องค์พระไฝเลื่อนมีไฝอยู่ที่เศรียรพระ(ขมับ) ซึ่งมีความเชื่อว่าไฝขององค์พระนี้จะเลื่อนเฉพาะวันดีเท่านั้น เช่น วันที่9 เดือน9 เป็นต้น เคยมีรายการดังอย่าง รายการ National Geographic Society ได้เคยมาถ่ายทำสารคดีที่นี่มากกว่า 10 ครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้ง ตำแหน่งไฝที่บริเวณหน้าผากจะไม่ตรงกันเลย จึงถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างมาก

พระเจดีย์ไจปุ่น(Kyaikpun Pagoda) พระเจดีย์ที่มีพระพุทธรูปนั่งสูง 30 เมตร ประดิษฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ อายุมากกว่า 500 ปี ตามตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นโดยพระราชธิดากษัตริย์มอญ 4 องค์ ที่มีพุทธศรัทธาสูงส่งอุทิศตนแด่พุทธศาสนา โดยสาบานตนว่าจะรักษาพรหมจรรย์ไว้ชั่วชีวิตไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ และได้สร้างพระไว้ 4 ทิศ หากพระราชธิดาองค์ใดข้องแวะกับบุรุษเพศ ขอให้พระที่พระราชธิดาองค์นั้นสร้างไว้พังลงมา ต่อมาร่ำลือกันว่าพระธิดาองค์สุดท้องกลับได้พบรักกับชายหนุ่ม จึงเกิดอาเพศฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่แทนตัวของพระนาง จนต้องมีการสร้างขึ้นมาใหม่ โดยสังเกตุว่าพระพุทธรูปองค์นี้จะมีพระพักตร์เศร้ากว่าองค์อื่นๆ หากใครมาที่นี่ให้ตั้งจิตอธิฐานเรื่องการงาน ก็จะได้ผลสำเร็จดั่งคำอธิฐาน

มหาเจดีย์ชเวสิกอง เมืองพุกาม "ชเวสิกอง" มีหมายความว่า "เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ" (ชเว = ทอง) สร้างโดย พระเจ้าอโนรธามังช่อ แต่แล้วเสร็จในรัชกาลพระเจ้าจานสิตาแห่งอาณาจักรพุกาม ราว 960 ปีก่อน ภายในเจดีย์เชื่อว่าบรรจุพระเขี้ยวแก้วและพระสารีริกธาตุ โดยอัญเชิญมาจากลังกา บนหลังช้างเผือก โดยพระเจ้าอโนรธามังช่อได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าช้างเผือกคุกเข่าลงที่ใด จะสร้างเจดีย์ไว้ที่นั่น

พระมหามัยมุนี หล่อขึ้นในราว พ.ศ. 688 โดย ชาวยะไข่ ชนกลุ่มน้อยในรัฐอาระกัน ต่อมาเมื่อพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่ายกทัพไปตีเมืองยะไข่ได้ จึงโปรดให้ชะลอพระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานที่เมืองมัณฑะเลย์ เมื่อ 200 ปี เป็นพระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องแบบกษัตริย์ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 เมตร ตามความหมายแล้ว "มหามุนี" แปลว่า "มหาปราชญ์" มีตำนานเล่ากันว่า พระพุทธเจ้าทรงประทานลมหายใจให้พระมหามุนีเป็นตัวแทนสืบทอดพระศาสนา ชาวพม่าจึงเชื่อกันว่า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้มีลมหายใจจริง จึงต้องมีพิธีล้างพระพักตร์ให้ทุกเช้า ซึ่งพิธีนี้ก็ยังคงดำรงอยู่มาตราบจนถึงปัจจุบัน